หากคุณกำลังคิดจะเริ่มต้น ลงทุน แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน บทความนี้คือคำตอบสำหรับคุณครับ หลายคนอาจจะคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องยุ่งยาก ซับซ้อน และต้องใช้เงินเยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การสร้างพอร์ตลงทุนแรกนั้นง่ายกว่าที่คิด และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับแนวคิดพื้นฐานและขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีพอร์ตการลงทุนเป็นของตัวเองได้ทันที
ทำไมต้องมีพอร์ตลงทุน
ก่อนจะไปลงมือทำ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมการมีพอร์ตลงทุนถึงสำคัญ การมีเงินเก็บในบัญชีออมทรัพย์อย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะค่าของเงินจะลดลงทุกปีจากภาวะเงินเฟ้อ ลองคิดดูว่าก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาทเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนี้อาจจะ 60-70 บาทแล้วก็ได้ นั่นแปลว่าเงิน 30 บาทของคุณมีอำนาจซื้อลดลง การลงทุนคือการทำให้เงินของคุณเติบโตและเอาชนะเงินเฟ้อได้ ทำให้คุณมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งและบรรลุเป้าหมายทางการเงินในอนาคตได้เร็วขึ้น
หลักการสำคัญ กระจายความเสี่ยง
หลักการสำคัญที่สุดของการลงทุนคือ การกระจายความเสี่ยง (Diversification) ลองจินตนาการว่าคุณมีตะกร้าผลไม้ใบหนึ่ง ถ้าคุณใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียวแล้วทำหล่น ไข่ทั้งหมดก็จะแตกเสียหาย แต่ถ้าคุณแบ่งใส่ไข่, ส้ม, กล้วย และแอปเปิ้ลไว้ในตะกร้าเดียวกัน ถ้าทำหล่น คุณอาจจะทำไข่แตก แต่ผลไม้อื่นๆ ก็ยังอยู่ครบ
การลงทุนก็เช่นกัน การลงทุนในสินทรัพย์เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูงมาก ถ้าสินทรัพย์นั้นราคาตก พอร์ตของคุณจะได้รับผลกระทบหนัก แต่ถ้าคุณกระจายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้น, กองทุนรวม, อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อสินทรัพย์หนึ่งราคาตก สินทรัพย์อื่นๆ อาจจะราคาขึ้น ทำให้พอร์ตของคุณมีความมั่นคงมากขึ้น
3 ขั้นตอนง่ายๆ สร้างพอร์ตลงทุนใน 10 นาที
ขั้นตอนที่ 1 ตั้งเป้าหมายและยอมรับความเสี่ยง
ก่อนจะลงทุนอะไร ให้ถามตัวเองก่อนว่า “เราต้องการอะไรจากการลงทุน” และ “เรายอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน”
- เป้าหมาย – คุณอยากเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือเก็บเงินเพื่อเกษียณในอีก 30 ปี เป้าหมายที่ต่างกันจะทำให้คุณเลือกประเภทสินทรัพย์ที่ต่างกัน
- ความเสี่ยง – คุณรับได้ไหมถ้าเงินลงทุนลดลงไป 10% ในช่วงสั้นๆ ถ้าคุณรับความผันผวนได้น้อย อาจจะต้องเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคงอย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือกองทุนรวมตลาดเงิน แต่ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้สูงและมองการลงทุนระยะยาว คุณสามารถ ลงทุน ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างหุ้นได้
ขั้นตอนที่ 2 เลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุน
เมื่อรู้เป้าหมายและความเสี่ยงของตัวเองแล้ว ก็มาเลือกสินทรัพย์ที่จะใส่ไว้ในพอร์ตกันครับ สำหรับมือใหม่ ขอแนะนำกองทุนรวม เป็นตัวเลือกแรกๆ เลยครับ
ทำไมถึงต้องเป็นกองทุนรวม
- ไม่ต้องใช้เงินเยอะ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินหลักร้อยหรือหลักพันบาท
- กระจายความเสี่ยงให้ทันที กองทุนรวมจะนำเงินของคุณไปลงทุนในหุ้น, ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่นๆ หลายตัว ทำให้คุณไม่ต้องซื้อเองทีละตัว
- มีผู้เชี่ยวชาญดูแล มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพมาช่วยบริหารจัดการเงินให้คุณ
กองทุนรวมมีหลากหลายประเภทให้เลือกตามความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ ดังนี้
- กองทุนรวมตราสารหนี้ ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนคงที่ เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย
- กองทุนรวมแบบผสม มีทั้งตราสารหนี้และหุ้นอยู่ในสัดส่วนที่ต่างกัน ความเสี่ยงปานกลาง
- กองทุนรวมหุ้น ความเสี่ยงสูง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่รับความเสี่ยงได้
ขั้นตอนที่ 3 ลงมือเปิดบัญชีและลงทุน
เปิดบัญชี
คุณสามารถเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนรวมได้กับธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือแอปพลิเคชันการลงทุนต่างๆ ในปัจจุบันนี้การเปิดบัญชีทำได้ง่ายมากๆ ใช้เวลาไม่นานเลยครับ
ลงทุน
เลือกกองทุนที่คุณสนใจและเริ่มลงทุนตามแผนที่วางไว้ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกกองทุนไหน ลองมองหากองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่คุณสนใจดูก็ได้ครับ
สิ่งสำคัญที่ต้องจำ
ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ Dollar-Cost Averaging หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพียงแค่คุณแบ่งเงินจำนวนเท่าๆ กันมาลงทุนทุกเดือน เช่น เดือนละ 1,000 บาท วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดผิดพลาดได้ และทำให้คุณลงทุนได้ในราคาเฉลี่ยทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
สรุป
การสร้างพอร์ตลงทุนไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่ 10 นาทีก็สามารถเริ่มต้นได้แล้วครับ ขอแค่คุณกล้าที่จะก้าวออกจาก comfort zone และเริ่มลงมือทำ วันนี้เงินเพียงน้อยนิดที่คุณเริ่ม ลงทุน อาจจะเติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่ในอนาคตก็ได้ ขอให้สนุกกับการเดินทางในโลกการลงทุนนะครับ
อยากรวยต้องดู หวยลาววันนี้ มีเลขเด็ดอะไรบ้าง มาลุ้นโชคใหญ่ไปพร้อมกัน